ตำนานหลวงปู่ศุข

 P0014-3

f20c

             หลวงปู่ศุข เกสโร เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน 4 ปีจอ พ.ศ. 2390 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)ณ บ้านข้างวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท และมรณภาพ เดือน 1 แรม 1 ค่ำ ปีกุล ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2466 สิริอายุ 76 ปี ท่านเป็นบุตรของนายน่วม และนางทองดี เกศเวชสุรยา หลวงปู่ศุขเป็นบุตรชายคนโต มีพี่น้องต่อมาอีก 8 คน ครอบครัวเป็นชาวไร่ พออายุได้ 7ขวบ บิดามารดาก็นำไปฝากกับพระอาจารย์ ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า เรื่องราวและประสบการณ์มหัศจรรย์ เหนือคำบรรยายอันเนื่องมาจากความเรือง วิชาของ กรมหลวงชุมพรฯ นั้นได้มีบันทึก และเล่าขานกันมามากมายหลายเรื่อง แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่พระองค์ด่วนสิ้นพระชนม์เสียก่อน ในขณะอายุยังน้อย ยังความโศกสลดแก่ลูกนาวี ประชาชนทั่วไปรวมถึงพระเกจิอาจารย์เฒ่า หลวงปู่ศุขเมื่อทราบข่าวการสิ้นพระชนม์แล้ว ถึงกับน้ำตาคลอ

             หลวงปู่ศุขแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า ชื่อนี้คงไม่มีนักนิยมพระเครื่องผู้ใดปฏิเสธ ถึงความเกรียงไกรในชื่อเสียง และบารมีของท่านไปได้ และหากจะกล่าวถึงพระเครื่องมากมายหลายพิมพ์ ที่ท่านได้สรรค์สร้าง และปลุกเสกเอาไว้แล้วก็คงต้องจัดให้เป็นของดีวิเศษสุด ที่นักนิยมพระเครื่องต่างเสาะหา และยกย่องเทิดทูนให้เป็นพระเครื่องอันดับหนึ่ง ของวงการในขณะนี้เชื่อว่าคงมีผู้อ่านหลายๆ ท่านที่ทราบถึง ประวัติของหลวงปู่องค์นี้ กันดีอยู่แล้ว แต่กระนั้นก็ขอกล่าวโดยย่อ เพื่อนำท่านสู่อาณาจักรพระเครื่อง ของหลวงปู่กันต่อไป

            หลวงปู่ศุข เกสโร เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน 4 ปีจอ พ.ศ. 2390 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ณ บ้านข้างวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ท่านเป็นบุตรของนายน่วม และนางทองดี เกศเวชสุรยา หลวงปู่ศุขเป็นบุตรชายคนโต มีพี่น้องต่อมาอีก 8คน ครอบครัวเป็นชาวไร่ พออายุได้ 7ขวบ บิดามารดาก็นำไปฝากกับพระอาจารย์ ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า (เดิมชื่อว่าวัดอู่ทองปากคลองมะขามเฒ่า) เพื่อเล่าเรียนหนังสือไทย และขอมการเล่าเรียนของท่านเชี่ยวชาญ แตกฉาน จนกระทั่งอายุได้ 18ปี ก็อำลาวัดออกไปท่องเที่ยว หาประสบการณ์อยู่พักหนึ่ง และเมื่ออายุได้ 20 ปี ก็หวนกลับไปอุปสมบท เป็นพระภิกษุที่วัดโพธิ์ทองล่าง โดยมีอาจารย์เชย จันทสิริ เจ้าอาวาสเป็นพระอุปัชฌาย์

            เมื่อบวชแล้วก็ได้ศึกษา พระธรรมวินัยจนบังเกิดศรัทธาดื่มด่ำ ในรสพระธรรม รอบรู้ในพระไตรปิฎก และเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐาน ด้วยเหตุที่ท่าน เป็นผู้แต่ฉานในภาษา และอักขระเลขยันต์มาก่อน จึงทำให้ท่านก้าวสู่โลกของไสยเวท และคาถาอาคมได้โดยง่ายมี พระอาจารย์เชยซึ่ง แก่กล้าทางพุทธาคม เป็นอาจารย์สอน วิปัสสนากรรมฐาน และการทำสมาธิจิตเพ่งกสิณจนแตกฉาน

            การเพ่งกสิณและทำสมาธิจิตของหลวงปู่ศุขเป็นพื้นฐาน ในการศึกษา พระเวทอาคมต่างๆ ซึ่งท่านมีจิตใจที่แน่วแน่ มุ่งปฏิบัติอย่างจริงจัง จนเกิดพลังจิตที่กล้าแข็งเป็นอย่างยิ่ง กสิณที่ฝึกประกอบด้วย อาโปกสิณ เตโชกสิณ วาโยกสิณ ปฐวีกสิณ อันเป็นธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ จนสามารถแยกธาตุได้ด้วยความชำนาญ

            นอกจากนี้หลวงปู่ศุขยังเป็น พระที่ใฝ่ธุดงค์เป็นนิจ และจากการที่ท่านธุดงค์รอนแรมไปในป่า เป็นเวลานานๆ ก็ทำให้ท่านได้พบ กับพระอาจารย์อีกหลายท่าน ที่หลวงปู่ศุขฝากตัวเป็นศิษย์ เล่าเรียนเวทมนต์คาถาเพิ่มเติม จนกล่าวกันว่าหลวงปู่ศุข คือจ้าวแห่งอาคมตัวจริง และเมื่อกลับสู่บ้านเกิดแล้ว ท่านก็ได้ครองวัดปากคลองมะขามเฒ่าสืบมา

            ความเกรียงไกร ในพระเวทอาคมของหลวงปู่ศุขนั้น กล่าวกันว่าท่านสามารถปฏิบัติเห็นผลจริง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการผูกหุ่นพยนต์ เสกใบมะขามเป็นตัวต่อตัวแตน เสกให้คนเป็นจระเข้ เสกหัวปลีให้เป็นกระต่าย ระเบิดน้ำลงไปนั่งบริกรรม ทำตะกรุดโดยจีวรไม่เปียก ซึ่งล้วนแต่เป็นพระเวทย์ขั้นสูง ที่ไม่อาจพบเห็นได้ทั่วไป จึงไม่ต้องพูดถึงความเข้มขลัง ในระดับพื้นๆ ที่ท่านเจนจบ อยู่ในระดับสุดยอดพระเกจิอาจารย์อันได้แก่ คงกระพันหนังเหนียว มหาอุตม์เมตตามหาเสน่ห์ แคล้วคลาด โชคลาภ ย่นระยะทาง กำบังตัว ฯลฯ

            ความยิ่งใหญ่ในด้านพุทธาคม ของหลวงปู่ศุขทำให้ท่านมี ลูกศิษย์ลูกหา เข้ามาฝากตัวด้วยจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับชาวบ้านขึ้น ไปถึงชั้นเจ้านายเชื้อพระวงศ์ก็มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่จะละเว้นไม่กล่าวถึง เป็นไปไม่ได้ก็คือ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย

            เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ได้มาจอดเรือพระที่นั่ง แวะที่ท่าน้ำวัดปากคลองมะขามเฒ่า และได้พบกับหลวงปู่ศุข จึงได้ทดลองวิชา และถวายตัวเป็นศิษย์ ตามประวัติเล่าว่า ในช่วงเดือน 5 ของทุกปี จะทรงเสด็จประพาสตากอากาศ ไปทางเหนือ มีเรือกลไฟฟ้าลากจูงเรือพระที่นั่ง วันหนึ่งไปจอดเทียบท่า วัดปากคลองมะขามเฒ่า พระองค์ก็ได้เจอหลวงปู่ศุข ซึ่งกำลังทดลองวิชาด้วยการเสก หัวปลีให้เป็นกระต่าย วิ่งเพ่นพ่าน ก็ทรงเลื่อมใสศรัทธา และเสด็จไปกราบนมัสการ เมื่อพูดคุยกันแล้วก็ยิ่ง ประหลาดอัศจรรย์ใจ จึงขอศึกษาวิชาอาคมจากหลวงปู่ศุข

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s